บาทไทย (THB)

เงินบาทเป็นสกุลเงินของประเทศไทย โดยมีรหัสคือ THB และใช้สัญลักษณ์ ฿ เงินบาทเป็นสกุลเงินที่ถูกใช้บ่อยที่สุดเป็นอันดับที่ 10 ของโลก และเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียูโรเป็นคู่สกุลเงินที่ได้รับความนิยมในการแลกเปลี่ยนกับเงินบาทมากที่สุด ทั้งนี้เงินบาทถือเป็นสกุลเงินทั่วไป และมีปัจจัยการแปลงที่ประกอบด้วยเลขนัยสำคัญ 6 หลัก

ชื่อสกุลเงิน

บาทไทย

฿

อัตราแลกเปลี่ยน THB

ระวังอัตราแลกเปลี่ยนราคาแพงธนาคารและผู้ให้บริการแบบดั้งเดิมมักจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งพวกเขามักจะนำมาคิดเงินคุณด้วยการเพิ่มอัตราแลกเปลี่ยน เทคโนโลยีอันชาญฉลาดของเราจะช่วยให้เรามีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งยังช่วยให้คุณได้รับอัตราแลกเปลี่ยนที่ยอดเยี่ยมในทุกครั้งอีกด้วย

ชื่อบาทไทย (THB)
สัญลักษณ์฿
หน่วยย่อยสตางค์
สัญลักษณ์หน่วยย่อยสตางค์
ธนบัตรที่นิยมใช้฿20, ฿50, ฿100, ฿500, ฿1000
เหรียญที่นิยมใช้฿1, ฿2, ฿5, ฿10
ธนาคารกลางธนาคารแห่งประเทศไทย Bank of Thailand
ผู้ใช้ไทย, ลาว, กัมพูชา, เมียนมาร์

ตารางข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเงินสกุลบาทไทย (THB)

การพัฒนาสกุลเงินในประเทศไทยย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ โดยมีการออกเหรียญและธนบัตรที่ผลิตจากโรงงานอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ธนบัตรกระดาษได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1853 (พ.ศ. 2396) ผ่านตั๋วสัญญาใช้เงินของราชวงศ์ ตามมาด้วยธนบัตรจากธนาคารต่างประเทศ ต่อมาในปี 1857 (พ.ศ. 2400) ประเทศไทยได้รับเครื่องจักรการผลิตเหรียญเครื่องแรก ซึ่งทำให้เริ่มมีการผลิตเหรียญเงินไทย และการปรับปรุงระบบการผลิตเหรียญเกิดขึ้นในปี 1897 (พ.ศ. 2440) โดยย่อสกุลเงินจาก 11 หน่วย เหลือเพียงสองหน่วย คือ สตางค์และบาท ภายใต้ระบบมาตรฐานเงินทศนิยม

สกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศ

ในช่วงแรก บาทไทยถูกผูกติดกับปอนด์อังกฤษ (British Pound) ที่อัตราคงที่ 8 THB เป็น 1 GBP จนถึงปี 1880 (พ.ศ. 2423) จากนั้นอัตรานี้ได้มีการปรับเปลี่ยนหลายครั้ง โดยผูกติดกับเงินเยนของญี่ปุ่นที่มูลค่าเท่ากันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลังสงครามโลก ได้มีการผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐที่อัตรา 20.8 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ และเปลี่ยนเป็น 20 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐในปี 1978 (พ.ศ. 2521) และต่อมาเป็น 25 บาทในปี 1984 (พ.ศ. 2527)

ในปี 1997 (พ.ศ. 2540) ประเทศไทยประสบวิกฤตทางการเงิน ทำให้ค่าเงินบาทลดลงถึง 50% และจำเป็นต้องนำระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวมาใช้ โดยหลังจากเหตุการณ์เศรษฐกิจล่มนี้ค่าเงินบาทไทยก็มีเสถียรภาพในที่สุด

ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของเงินบาท

แม้ว่าบาทไทยจะถูกใช้อย่างเป็นทางการเฉพาะในประเทศไทย แต่ก็มีการใช้อย่างไม่เป็นทางการในประเทศลาว กัมพูชา และเมียนมาร์

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2006 (พ.ศ. 2549) ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้มาตรการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้เกิดความแตกต่างอย่างมากระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนนอกประเทศและในประเทศ ซึ่งทำให้เกิดส่วนต่างสูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์ระหว่างตลาดเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมเหล่านี้ถูกยกเลิกเป็นส่วนใหญ่ในวันที่ 3 มีนาคม 2008 (พ.ศ. 2551) ทำให้ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนนอกประเทศและในประเทศนี้หายไป

อัตราแลกเปลี่ยน บาทไทย ทั้งหมด