กดเงิน YouTrip ที่ญี่ปุ่น รวมพิกัดตู้ ATM, ค่าธรรมเนียม และเทคนิคสำหรับนักเดินทาง
วิธีกดเงินสดที่ญี่ปุ่นด้วยบัตร YouTrip ต้องทำยังไง? เช็กพิกัดตู้ ATM ที่รองรับ, ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย, วงเงินการถอน พร้อมเคล็ดลับดีๆ สำหรับนักท่องเที่ยวไทย
ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมที่คนไทยชอบไปเที่ยว ไม่ว่าจะไปชมธรรมชาติ ตะลุยกินของอร่อย ช้อปปิ้ง หรือเที่ยวในเมืองต่างๆ แต่ก่อนจะเริ่มวางแผนทริป อีกเรื่องที่ควรเช็กให้แน่ใจคือ คนไทยไปญี่ปุ่นต้องขอวีซ่าไหม เพราะแม้ปัจจุบันคนไทยจะยังมีสิทธิเดินทางเข้าญี่ปุ่นแบบฟรีวีซ่า แต่ก็มีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาพำนัก หนังสือเดินทาง และวัตถุประสงค์ในการเดินทางที่ต้องเข้าใจและเตรียมตัวให้ถูกต้อง
สำหรับใครที่กำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น บทความนี้สรุปข้อมูลเรื่องวีซ่าญี่ปุ่นที่ควรรู้ในปี 2026 ไว้ให้แล้ว ทั้งเรื่องฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย ประเภทวีซ่า เอกสารและขั้นตอนการขอวีซ่า ค่าธรรมเนียมวีซ่า ไปจนถึงเรื่องเงินในบัญชีที่ควรเตรียมไว้สำหรับยื่นขอวีซ่า
| สารบัญ |
|---|
ตามข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น (MOFA) ในปี 2026 คนไทยยังเดินทางไปญี่ปุ่นแบบฟรีวีซ่าได้ โดยพำนักได้ไม่เกิน 15 วัน¹ สำหรับการเดินทางระยะสั้นเท่านั้น และต้องไม่ทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้ระหว่างพำนักในญี่ปุ่น
ระยะเวลา 15 วันนี้ จะเริ่มนับจากวันที่เดินทางถึงญี่ปุ่น เช่น หากเดินทางถึงญี่ปุ่นวันที่ 10 เมษายน จะสามารถอยู่ได้ถึงวันที่ 25 เมษายน และต้องเดินทางออกจากญี่ปุ่นภายในวันดังกล่าว
ผู้เดินทางสัญชาติไทยที่จะใช้สิทธิฟรีวีซ่าต้องถือ ePassport ที่เป็นไปตามมาตรฐาน ICAO หรือหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีชิป IC ฝังอยู่ภายในสำหรับจัดเก็บข้อมูลของผู้ถือหนังสือเดินทาง เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลและภาพถ่ายดิจิทัล โดยสามารถสังเกต ePassport ได้จากสัญลักษณ์บนหน้าปก หากหนังสือเดินทางที่ถืออยู่ไม่เข้าเงื่อนไขนี้ แปลว่าจะต้องขอวีซ่าญี่ปุ่นล่วงหน้า
อีกกรณีหนึ่งคือ หากวางแผนพำนักในญี่ปุ่นมากกว่า 15 วัน ก็จะต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าเช่นกัน โดยวีซ่าที่ต้องขอจะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่ต้องการอยู่ในญี่ปุ่น
แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย แต่ระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงระบุประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศและภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า และยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดของมาตรการฟรีวีซ่า
สำหรับคนที่วางแผนจะอยู่ญี่ปุ่นมากกว่า 15 วัน หรือไม่ได้ถือหนังสือเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีชิป IC จะต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ซึ่งประเภทวีซ่าที่ต้องขอจะขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการเดินทางและระยะเวลาที่ต้องการอยู่ในญี่ปุ่น โดยหลัก ๆ แบ่งเป็น การพำนักระยะสั้น (Short-Term Stay) และ การทำงานหรือพำนักระยะยาว (Work or Long-Term Stay)²
มาดูกันว่าแต่ละแบบมีเงื่อนไขต่างกันอย่างไร
| จุดประสงค์ในการเดินทาง | ควรขอวีซ่าแบบไหน | สิ่งที่ควรรู้ |
|---|---|---|
| ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ/เพื่อน | การพำนักระยะสั้น (Short-Term Stay) | พำนักได้สูงสุด 90 วัน ห้ามทำงานหรือทำกิจกรรมที่ได้รับค่าตอบแทน |
| ติดต่อธุรกิจ | การพำนักระยะสั้น (Short-Term Stay) | พำนักได้สูงสุด 90 วัน ห้ามทำงานหรือทำกิจกรรมที่ได้รับค่าตอบแทน เหมาะกับการเดินทางไปติดต่อธุรกิจระยะสั้น เช่น ประชุมทางธุรกิจ พบปะคู่ค้า |
| เดินทางไปญี่ปุ่นหลายครั้ง | การพำนักระยะสั้นแบบ Multiple Entry | มีทั้งสำหรับการท่องเที่ยว/เยี่ยมญาติและการเดินทางเพื่อธุรกิจ อาจมีอายุสูงสุด 3 ปี ใช้เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้หลายครั้ง และแต่ละครั้งอยู่ได้สูงสุด 90 วัน³ ผู้ยื่นต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เคยเดินทางไปญี่ปุ่นภายใน 3 ปี หรือมีอาชีพและฐานะทางการเงินที่มั่นคง สามารถแสดงหลักฐานได้ |
| ทำงานหรือพำนักระยะยาว | การทำงานหรือพำนักระยะยาว (Work or Long-Term Stay) | อยู่เกิน 90 วัน ฝึกงานภาคปฏิบัติ หรือเรียนต่อนานกว่า 3 เดือน ต้องได้รับ Certificate of Eligibility (COE) หรือใบรับรองสถานภาพการพำนักจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นก่อนยื่นวีซ่า |
สำหรับการขอวีซ่าญี่ปุ่น ประเภทพำนักระยะสั้นเพื่อท่องเที่ยวหรือเยี่ยมญาติ จะต้องเตรียมเอกสาร⁴ หลัก ๆ ดังนี้
เตรียมเอกสารพร้อมแล้ว ต่อไปมาดูขั้นตอนการยื่นวีซ่ากัน
1. เลือกวีซ่าญี่ปุ่นให้ตรงกับจุดประสงค์การเดินทาง
เริ่มจากดูว่าทริปนี้ตั้งใจไปทำอะไรที่ญี่ปุ่น เช่น ท่องเที่ยว เยี่ยมเพื่อนหรือญาติ ติดต่อธุรกิจ ทำงาน หรือต้องการอยู่ระยะยาว เพราะแต่ละแบบใช้เอกสารไม่เหมือนกัน
2. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มและเตรียมเอกสาร
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มที่ต้องใช้จากเว็บไซต์สถานทูต เช่น ใบคำร้องขอวีซ่า แบบสอบถาม และกำหนดการเดินทาง แล้วเตรียมเอกสารอื่น ๆ ของวีซ่าญี่ปุ่นที่ขอให้ครบ
ก่อนยื่น ลองไล่เช็กข้อมูลในเอกสารอีกครั้ง โดยเฉพาะชื่อ-นามสกุล เลขหนังสือเดินทาง ลายเซ็น รูปถ่าย และวันที่ออกเอกสาร จะได้ไม่ต้องกลับมาแก้หรือเตรียมใหม่ทีหลัง
3. ยื่นเอกสารผ่าน JVAC
สำหรับการขอวีซ่าญี่ปุ่นในประเทศไทย ต้องยื่นเอกสารผ่าน Japan Visa Application Center (JVAC) ถ้าไม่สะดวกมายื่นที่กรุงเทพฯ ก็สามารถยื่นผ่าน Regional Intake Center ได้ 11 แห่ง ตามที่ทำการไปรษณีย์ที่กำหนด
ส่วนผู้ที่มีทะเบียนบ้าน ทำงาน หรือเรียนอยู่ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ จะต้องยื่นคำร้องผ่านสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่
4. จ่ายค่าธรรมเนียมและค่าบริการ
ตอนยื่นขอวีซ่า จะมีทั้งค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าบริการของ JVAC และถ้ายื่นผ่าน Intake Center อาจมีค่าจัดส่งเพิ่มด้วย
5. รอผลวีซ่า
หลังยื่นเอกสารแล้ว โดยทั่วไปการพิจารณาวีซ่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 5 วันทำการ และอาจนานกว่านั้นหากต้องส่งเอกสารเพิ่ม ถูกเรียกสัมภาษณ์ หรือต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม
การยื่นวีซ่าจะมีทั้งค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าบริการ ซึ่งจำนวนที่ต้องจ่ายจะต่างกันตามประเภทวีซ่าและช่องทางที่ยื่น ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยปรับอัตราค่าธรรมเนียมวีซ่า โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้² ⁵
| ประเภท | จำนวนเงิน |
|---|---|
| Single Entry Visa | 3,340 บาท |
| Multiple Entry Visa | 6,680 บาท |
| ค่าบริการ JVAC | 705 บาท (รวม VAT 7%) |
| ค่าจัดส่งสำหรับการยื่นผ่าน Intake Center | 570 บาท |
ถ้าคุณอาศัยอยู่ในต่างประเทศ และจำเป็นต้องส่งเงินกลับบ้านที่ไทย คุณจะต้องหาวิธีจัดการเงินระหว่างประเทศให้ดีที่สุด
ในหลายครั้ง อาจสังเกตเห็นว่าการแปลงเงินเป็นเงินบาทและโอนเงินจากต่างประเทศอาจมีราคาแพงมากเมื่อใช้ธนาคารทั่วไป นั่นเป็นเพราะนอกจากธนาคารจะมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่างประเทศแล้ว ในหลายๆ ครั้งอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารก็มีการบวกราคาเพิ่มด้วย
เพราะแบบนี้ Wise ถึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ Wise ใช้อัตราแลกเปลี่ยนกลางของตลาดโดยไม่มีการบวกเงินในอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่ม และจะทำการแจ้งค่าธรรมเนียมก่อนการทำธุรกรรม ซึ่งทำให้การดูต้นทุนว่าจริงๆ แล้วคุณเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ให้การโอนเงินแต่ละรายการเป็นเรื่องที่สะดวก ง่ายดาย - ซึ่งในหลายๆ ครั้งก็อาจจะถูกกว่าธนาคารถึง 9 เท่า โดยสามารถดูการเปรียบเทียบ Wise กับผู้ให้บริการรายอื่นได้ที่ด้านล่าง
ยังฟรีวีซ่าอยู่ คนไทยที่ถือ ePassport ตามมาตรฐาน ICAO สามารถเดินทางไปญี่ปุ่นระยะสั้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และอยู่ได้ไม่เกิน 15 วัน แต่ถ้าจะอยู่นานกว่า 15 วัน จะต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
สถานทูตญี่ปุ่นไม่ได้กำหนดยอดเงินขั้นต่ำว่าต้องมีเท่าไหร่ เพียงระบุไว้ว่า การวีซ่าญี่ปุ่นสำหรับท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเพื่อน ต้องใช้สำเนาสมุดบัญชีหรือ สเตตเมนต์ (Bank Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน
ถ้าเป็นคนไทยที่เดินทางแบบฟรีวีซ่า จะอยู่ญี่ปุ่นได้ไม่เกิน 15 วัน ส่วนวีซ่าพำนักระยะสั้นสามารถอยู่ได้สูงสุด 90 วัน โดยระยะเวลาที่อยู่ได้จะแตกต่างกันตามประเภทวีซ่าและการอนุญาตที่ได้รับ
สถานทูตแบ่งวีซ่าหลักๆ ออกเป็น 2 ประเภทคือ วีซ่าพำนักระยะสั้น และวีซ่าสำหรับทำงานหรือพำนักระยะยาว โดยวีซ่าพำนักระยะสั้นจะมีทั้งสำหรับท่องเที่ยว เยี่ยมเพื่อนหรือญาติ ติดต่อธุรกิจ และแบบ Multiple Entry
ได้ หากเป็นฟรีแลนซ์ที่ไม่สามารถใช้หนังสือรับรองการทำงานหรือเอกสารจดทะเบียนธุรกิจได้ สามารถใช้ หนังสืออธิบายอาชีพและรายได้โดยละเอียด ประกอบการยื่นวีซ่า พร้อมเอกสารอื่น ๆ ที่กำหนด
ข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลล่าสุด สิงหาคม 2569 ข้อมูลค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขฟรีวีซ่าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดอีกครั้งก่อนวางแผนเดินทาง
*โปรดดูข้อกำหนดการใช้งานและผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้งานในภูมิภาคของคุณ หรือไปที่หน้าค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของ Wiseเพื่อดูข้อมูลราคาและค่าธรรมเนียมล่าสุด
การเผยแพร่นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย ภาษี หรือมืออาชีพด้านอื่นๆ จาก Wise Payments Limited หรือบริษัทในเครือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นการอิงข้อมูลแทนผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินหรือมืออาชีพด้านอื่นๆ
เราไม่รับรอง รับประกัน หรือการันตี ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย ว่าเนื้อหาในการเผยแพร่นี้ถูกต้อง สมบูรณ์ หรือเป็นปัจจุบัน
วิธีกดเงินสดที่ญี่ปุ่นด้วยบัตร YouTrip ต้องทำยังไง? เช็กพิกัดตู้ ATM ที่รองรับ, ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย, วงเงินการถอน พร้อมเคล็ดลับดีๆ สำหรับนักท่องเที่ยวไทย
เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี? สรุปไฮไลต์ครบทั้ง 4 ฤดู 12 เดือน พร้อมพิกัดน่าเที่ยว และเคล็ดลับการเตรียมตัว
บัตร Icoca โอซาก้า ญี่ปุ่น ใช้ยังไง? ซื้อที่ไหน? คู่มือฉบับเต็มพร้อมข้อมูลครบ จบในที่เดียว!
เคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นให้ประหยัด คืนภาษี VAT นักท่องเที่ยวทำยังไง? เจาะลึกทุกวิธีให้ทริปคุณสบายกระเป๋า